นายสถาพร ใจอารีย์
รองอธิบดีด้านวิชาการ
ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การศึกษาและวิจัยการประยุกต์ใช้วัสดุพรุนในการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อการเกษตร

                กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Q-CON ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี จัดทำโครงการ “การศึกษาและวิจัยการประยุกต์ใช้วัสดุพรุนในการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อการเกษตร”ใช้เศษวัสดุอิฐมวลเบาปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน

                วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565 นายสถาพร ใจอารีย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และนายณรงค์เวทย์ วจนพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การศึกษาและวิจัยการประยุกต์ใช้วัสดุพรุนในการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อการเกษตร ระหว่าง กรมพัฒนาที่ดิน กับ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมศึกษาและวิจัยการประยุกต์ใช้วัสดุพรุนในการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อการเกษตร โดยนำเศษวัสดุอิฐมวลเบาคิวคอนเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่า เพื่อปรับสภาพความเป็นกรดของดินและเพิ่มความพรุนในเนื้อดิน ช่วยปรับสภาพผืนดินแข็ง ดินเปรี้ยว ดินแน่น หรือดินขาดจุลินทรีย์ ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เพาะปลูกได้เต็มประสิทธิภาพ ผลผลิตเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนรายจ่ายในการใช้สารเคมี เพิ่มรายได้ ให้กับชุมชน มุ่งสู่สังคมปลอดภัย สิ่งแวดล้อมไร้มลพิษ ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างมั่นคงยั่งยืน โดยมี นายอาทิตย์ ศุขเกษม ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน และนายสมหมาย สนเทศ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี Q-CON ร่วมลงนามเป็นพยานในบันทึกข้อตกลงฯ พร้อมด้วยนางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในพิธีฯ ณ ห้องประชุม 1214 ชั้น 2 อาคาร 6 ชั้น กรมพัฒนาที่ดิน กรุงเทพฯ

                นายสถาพร ใจอารีย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า “หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของกรมพัฒนาที่ดิน ตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือ การบริหารจัดการทรัพยากรดินอย่างสมดุลและยั่งยืน ด้วยการฟื้นฟู ปรับปรุงดิน การอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความถูกต้องตามหลักวิชาการ ส่งเสริมมาตรการปรับปรุงบำรุงดินให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแพร่หลาย และเพื่อให้เกษตรกรมีพื้นที่ทำการเกษตรที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยหลักการปรับปรุงบำรุงดิน คือ การจัดการเพื่อทำให้ดินอยู่ในสภาพที่เหมาะสมสำหรับพืชที่ต้องการปลูก ในดินเดียวกันหากปลูกพืชต่างชนิดกัน อาจจะมีรายละเอียดของการปรับปรุงดินต่างกัน ดังนั้นจำเป็นต้องมีการตรวจสอบดินและวิเคราะห์ดิน เพื่อนำไปสู่วิธีการปรับปรุงบำรุงดินต่อไป บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการ“การศึกษาและวิจัยการประยุกต์ใช้วัสดุพรุนในการปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อการเกษตร” กรมพัฒนาที่ดินจะให้การสนับสนุนองค์ความรู้วิทยาการด้านดิน ข้อมูลดิน การวิเคราะห์ดิน โดยใช้ชุดตรวจสอบดินภาคสนาม และให้คำปรึกษาแนะนำด้านเทคนิค แก่เกษตรกรในโครงการฯ ให้สามารถใช้เศษวัสดุพรุนในการปรับปรุงบำรุงหน้าดินเพื่อการเกษตรที่เหมาะสมตามค่าวิเคราะห์ดิน ตลอดจนการให้ความรู้และการฝึกอบรมแก่เกษตรกร ในการใช้งานแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการนำไปใช้ทางเกษตรกรรม”

                  ด้าน นายณรงค์เวทย์ วจนพานิช กรรมการผู้จัดการ Q-CON กล่าวว่า “ด้วยขั้นตอนการผลิตอิฐมวลเบาคิวคอน จะเลือกใช้แต่วัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพสูง เช่น ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภท 1 ปูนขาว ทรายและน้ำ เป็นต้น นำมาผ่านกระบวนการผลิตในระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูง ทำให้มีคุณสมบัติในการช่วยเป็นฉนวนกันความร้อน ประหยัดพลังงานและกันเสียงได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันรูปลักษณ์ภายในของอิฐมวลเบาคิวคอน จะมีฟองอากาศเป็นรูพรุนเล็กๆ กระจายอยู่ในเนื้อวัสดุ อย่างทั่วถึงสม่ำเสมอ ทำให้มีน้ำหนักเบากว่าอิฐชนิดอื่นๆ ทั้งยังเหมาะที่จะนำมาพัฒนาเป็นวัสดุ ที่ช่วยปรับปรุงบำรุงดิน ปรับสมดุลและเพิ่มอากาศ แก้ปัญหาหน้าดินแก่เกษตรกรได้ ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน จัดทำโครงการ “การศึกษาและวิจัยประยุกต์ใช้วัสดุพรุน ในการปรับปรุงบำรุงหน้าดิน” โดยวัสดุหลักที่จะนำมาใช้ คือ เศษวัสดุอิฐมวลเบา Q-CON ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นวัสดุพรุน ช่วยแก้ปัญหาดินเปรี้ยวให้เป็นกลางได้และเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับดิน”

                   สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ มีระยะเวลา 2 ปี ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันดำเนินการศึกษาและวิจัยการประยุกต์ใช้วัสดุพรุนในการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อการเกษตร และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลในการพัฒนาให้การปรับปรุงบำรุงดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมทางการเกษตร สามารถทำการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการปรับปรุงบำรุงดินอย่างถูกต้อง และนำความรู้ไปปรับใช้ในที่ดินของตนเอง ตลอดจนการส่งเสริมและพัฒนาให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

                   รายงาน/ภาพ :  กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมพัฒนาที่ดิน