Page 51 - KhonKaen
P. 51
43
4.3 มันสําปะหลัง
1) พื้นที่ปลูกมันสําปะหลังที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกมันสําปะหลัง
อยู่มีเนื้อที่ 4,934 ไร่ มีพื้นที่ปลูกมากในเขตอําเภอน้ําพอง อําเภอเมืองขอนแก่น และอําเภอเขาสวนกวาง
ตามลําดับ ทั้งนี้โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดควรให้มีการเสนอแผนการใช้ที่ดิน เพื่อสงวน
ให้เป็นแหล่งผลิตมันสําปะหลังคุณภาพดีที่สําคัญของจังหวัด ควรมีการจัดการดินและปุ๋ย ท่อนพันธุ์
คุณภาพดี โดยรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและส่งเสริมให้เกษตรกรเป็น
Smart Farmer พัฒนาต่อยอดครบวงจรการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการแปรรูป
เพื่อเพิ่มมูลค่า ภาครัฐสนับสนุนการทํามาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ
ผลิต และพัฒนาควรส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกตามการปฎิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good
Agricultural Practices : GAP) เนื่องจากเป็นพื้นที่ศักยภาพสูง
2) พื้นที่ปลูกมันสําปะหลังที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปัจจุบันยังปลูก
มันสําปะหลังอยู่มีเนื้อที่ 456,972 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอําเภอบ้านไผ่ อําเภอมัญจาคีรี และอําเภอ
หนองสองห้อง เกษตรกรยังคงปลูกมันสําปะหลังได้ผลดี หลายแห่งประสบปัญหาโครงสร้างของดิน
หรือดินดาน การสนับสนุนอินทรียวัตถุหรือการไถระเบิดดินดาน ส่งเสริมการปรับปรุงบํารุงดินและ
การตรวจวิเคราะห์ดินอยู่เสมอจะสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการใช้ที่ดิน ซึ่งจะส่งผลให้ปัญหา
การละทิ้งถิ่นฐานลดลง
3) พื้นที่ปลูกมันสําปะหลังในพื้นที่ไม่เหมาะสม (S3 และ N) แต่ปัจจุบันเกษตรกรยังคงใช้
ที่ดินปลูกมันสําปะหลังอยู่ พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาซ้ําซาก เช่น น้ําท่วม ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดยสนับสนุนการปรับ
โครงสร้างที่ดินสนับสนุนแหล่งน้ํา ให้เกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดใหม่ที่มีความเหมาะสม
ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และใช้พื้นที่เพื่อผลิตอาหารบริโภคในครัวเรือน รวมถึงการสนับสนุนข้อมูล
ด้านการตลาดของพืชชนิดใหม่
4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกมันสําปะหลัง แต่ปัจจุบัน
เกษตรกรไม่ได้ใช้พื้นที่ปลูกมันสําปะหลัง โดยเกษตรกรใช้พื้นที่ดังกล่าวในการปลูกข้าวและอ้อยโรงงาน
ภาครัฐควรให้ความรู้แก่เกษตรกรและสร้างแรงจูงใจให้กลับมาปลูกมันสําปะหลัง เนื่องจากพื้นที่มีความ
เหมาะสม ซึ่งจะทําให้ลดต้นทุนการผลิตและผลผลิตมีคุณภาพดี ทั้งนี้เกษตรกรต้องพิจารณาแหล่งรับซื้อ
ร่วมด้วย

