Page 33 - Ratchaburi
P. 33

25






                       4  แนวทางการสงเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ

                         4.1  ขาว
                             1) พื้นที่ปลูกขาวที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปจจุบันยังปลูกขาวอยู มีเนื้อที่

                       253,776 ไร กระจายตัวอยูในอําเภอโพธาราม อําเภอบานโปง และอําเภอเมืองราชบุรี ตามลําดับ
                       ทั้งนี้ โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดสมควรใหมีการเสนอแผนการใชที่ดินเพื่อสงวนใหเปน
                       แหลงผลิตขาวที่สําคัญของจังหวัด และมีการบริหารจัดการน้ําชลประทาน การจัดการดิน ปุย พันธุขาว
                       มีการรวมกลุมภายใตระบบสงเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ พัฒนาตอยอดครบวงจรการตลาดในและ

                       ตางประเทศ การแปรรูป แหลงทุน มีภาครัฐสนับสนุนการทํามาตรฐานสินคาเกษตรอินทรีย และการ
                       ปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) เนื่องจากเปนพื้นที่ศักยภาพสูง การปลูก
                       พืชหลังนาจะชวยใหเกษตรกรมีรายไดเพิ่มขึ้นและเปนการปรับปรุงบํารุงดิน ทั้งนี้ ภาครัฐควรใหความรู
                       ความเขาใจกับเกษตรกรโดยแนะนําวา พื้นที่นี้เปนพื้นที่ที่มีความเหมาะสมตอการปลูกขาวจึงไมควร

                       ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น หากขาวราคาไมดีถาตองการเปลี่ยนชนิดพืชควรเปนพืชไร เพื่อที่ใน
                       อนาคตจะไดกลับมาทํานาไดอีก
                             2) พื้นที่ปลูกขาวที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปจจุบันยังปลูกขาวอยู มีเนื้อที่
                       8,145 ไร กระจายตัวอยูในอําเภอปากทอ อําเภอโพธาราม และอําเภอเมืองราชบุรี ตามลําดับ

                       เปนพื้นที่ปลูกขาวที่มีขอจํากัดไมมากนัก เกษตรกรยังคงปลูกขาวไดผลดี หลายแหงประสบปญหาขาดน้ํา
                       ในบางชวงของการเพาะปลูก การสนับสนุนดานควรสนับสนุนดานการบริหารจัดการน้ํา โดยเฉพาะ
                       ระบบชลประทาน เพื่อสรางความมั่นใจใหกับเกษตรกรในการใชที่ดิน ปญหาการทิ้งถิ่นฐานไปทํางาน

                       ที่อื่นจะลดลง และพื้นที่ในเขตนี้มีความเหมาะสมสําหรับการเกษตรแบบผสมผสาน เกษตรแมนยําหรือ
                       เกษตรทฤษฎีใหม เปนตน
                             3)  พื้นที่ปลูกขาวที่ไมมีความเหมาะสม (S3 และ N) และปจจุบันเกษตรกรยังคงใชที่ดิน
                       ปลูกขาวอยู ซึ่งพื้นที่ดังกลาวอาจประสบปญหาน้ําทวมซ้ําซาก ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา กระทรวงเกษตร
                       และสหกรณควรใหการชวยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ เนื่องจากเปนพื้นที่ไมเหมาะสม โดย

                       สนับสนุนการปรับโครงสรางที่ดิน ปรับปรุงบํารุงดิน สนับสนุนแหลงน้ํา ใหเกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดใหม
                       ที่มีความเหมาะสม และใหผลตอบแทนที่ดีกวา หรือใชพื้นที่ผลิตอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือเขา
                       โครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map) เปนตน

                             4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกขาว แตปจจุบันเกษตรกรไมได
                       ใชพื้นที่ปลูกขาว โดยมาปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน เชน ออยโรงงาน มะพราว เปนตน ทั้งนี้หากพืชที่
                       ปลูกเปนพืชไร และในอนาคตขาวราคาดี เกษตรกรอาจกลับมาปลูกขาวไดเหมือนเดิม แตหากเปนไมผล

                       หรือไมยืนตน การกลับมาปลูกขาวอาจเปนเรื่องยาก ดังนั้นอาจสงเสริมในเรื่องของการทําเกษตร
                       รูปแบบอื่น เชน ทําการเกษตรแบบผสมผสานทดแทน
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38